สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 29/06/2563 | 12.00 น.

สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 29/06/2563 | 12.00 น.

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019

📍 สถานการณ์ในประเทศไทย

  • ผู้ป่วยยืนยันวันนี้ 7 ราย (รายที่ 3,163 – 3,169)
  • ผู้ป่วยวันนี้มาจากอินเดีย 6 ราย และอเมริกา 1 ราย
  • ผ่านมาแล้ว 35 วัน ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศ
  • ประเทศไทย อยู่อันดับที่ 95 ของโลก

🔵 ผู้ป่วยหายกลับบ้าน 0 ราย
⚫️ ผู้ป่วยเสียชีวิต 0 ราย

🔹 ผู้ป่วยสะสม 3,169 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยหายกลับบ้าน 3,053 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 58 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยเสียชีวิต 58 ราย
🔹 รวมติดเชื้อในประเทศ 2,444 ราย
🔹 อยู่ในสถานกักกันของรัฐ State Quarantine 232 ราย

📍 ผู้ป่วยยืนยันวันนี้ แบ่งเป็น 1 กลุ่ม

🔸 กลุ่มที่ 1 ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เข้าสถานกักกันของรัฐ (จำนวน 7 ราย)

▪️ จากประเทศอินเดีย 6 ราย เป็นหญิงไทย 3 ราย อายุ 28, 31 และ 36 ปี เป็นชายไทย 3 ราย อายุ 42, 45 และ 61 ปี

  • วันที่ 23 มิ.ย. 2563 เดินทางถึงไทย เข้าพักสถานกักกันของรัฐ
  • วันที่ 26 มิ.ย. 2563 ตรวจหาเชื้อ และผลเชื้อ ทั้ง 3 รายมีอาการไอ เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น และหายใจลำบาก ส่วนอีก 3 คน ไม่มีอาการ

▪️ จากประเทศอเมริกา 1 ราย เป็นหญิงไทย 3 ราย อายุ 27 ปี

  • วันที่ 27 มิ.ย. 2563 เดินทางถึงไทย เข้าพักสถานกักกันของรัฐ
  • วันที่ 28 มิ.ย. 2563 ตรวจหาเชื้อ และผลเชื้อ มีอาการไอ เจ็บคอ

📍 ช่วงอายุ

  • อายุน้อยสุด 1 เดือน
  • อายุสูงสุด 97 ปี
  • อายุเฉลี่ย 39 ปี

📍 จำนวนเตียง/เวชภัณฑ์
ข้อมูล : 29 มิ.ย. 2563

  • เตียง ICU จำนวน 571 เตียง
  • เตียงแยกผู้ป่วยอาการหนัก จำนวน 11,206 เตียง
  • เตียงทั่วไป จำนวน 10,349 เตียง
  • หน้ากาก N95 จำนวน 1,127,970 ชิ้น
  • ชุด PPE จำนวน 511,578 ชิ้น
  • เครื่องช่วยหายใจ จำนวน 11,096 เครื่อง

🌍 สถานการณ์ทั่วโลก

▪️ ผู้ป่วยสะสมทั่วโลก : 10,237,543 ราย +163,731 ราย
▪️ ผู้ป่วยอาการหนักทั่วโลก : 57,951 ราย +235 ราย
▪️ รักษาหายทั่วโลก : 5,547,001 ราย +95,145 ราย
▪️ เสียชีวิตทั่วโลก : 504,075 ราย +3,467 ราย

🌍 10 อันดับ ประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยสะสม

  1. สหรัฐอเมริกา : 2,636,550 ราย
  2. บราซิล 1,345,254 ราย
  3. รัสเซีย 634,437 ราย
  4. อินเดีย 549,197 ราย
  5. อังกฤษ 311,151 ราย
  6. สเปน 295,850 ราย
  7. เปรู 279,419 ราย
  8. ชิลี 271,982 ราย
  9. อิตาลี 240,310 ราย
  10. อิหร่าน 222,669 ราย
    ** อันดับที่ 95 ประเทศไทย 3,169 ราย

ติดตามสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 : https://news.mthai.com/covid-19

สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 29/06/2563 | 12.00 น.

นอภ.เชียงใหม่ แจงผู้ว่าฯ ‘ฌอน บูรณะหิรัญ’ รับบริจาคโดยไม่ขออนุญาต

ประเด็นน่าสนใจ

นายสราวุฒิ วรพงษ์ นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ ได้ทำหนังสือชี้แจงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เรื่อง การรับบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือในการดับไฟป่าในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ ของ “ฌอน บูรณะหิรัญ” ระบุว่า ตามที่ปรากฏข่าวสารทางสื่อสังคมออนไลน์กรณี “ฌอน บูรณะหิรัญ” เปิดรับบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือในการดับไฟป่าในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2563 จนถึง 1 พฤษภาคม 2563 เป็นเงินจำนวน 875,741.53 บาท

อำเภอเมืองเชียงใหม่ ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า นายฌอน บูรณะหิรัญ มิได้มายื่นขออนุญาตทำการเรี่ยไร ตามพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พุทธศักราช 2487 ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ แต่อย่างใด จึงเรียนมาเพื่อโปราดทราบ

ด้านผู้ใหญ่บ้าน ม.9 บ้านดอยสุเทพ ต.สุเทพ อ.เมือง​ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นหมู่บ้านอาสาดับไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า ตลอดช่วงที่มีการดับไฟป่าตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ได้มีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน มาสนับสนุนให้ความช่วยเหลือ แต่ไม่เคยพบฌอน บูรณะหิรัญ เลย และไม่เคยได้รับความช่วยเหลือใดๆ

หากว่าทีมงานของฌอนมาจริง ทางหมู่บ้านจะมีการจดบันทึกและถ่ายภาพเอาไว้หมด แต่จากการสืบค้นไม่มีเลย โดยส่วนตัวไม่เคยรู้จักฌอน บูรณะหิรัญ ว่าเป็นใครทำอะไร พึ่งมารู้จักในช่วงนี้ที่มีข่าวว่ามีการมาช่วยเหลือทีมดับไฟป่า

‘ฌอน บูรณะหิรัญ’ โพสต์ FB ชี้แจงกรณีรับบริจาคช่วยเหตุดับไฟป่า

ประเด็นน่าสนใจ

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก ‘แหม่มโพธิ์ดำ’ ได้โพสต์เรื่องราวของ ตัวแทนทีมอาสาดับไฟป่าดอยสุเทพท่านหนึ่ง ได้ตั้งคำถามถึง ‘ฌอน บูรณะหิรัญ’ ไลฟ์โค้ชชื่อดัง หลังเปิดรับบริจาคเงินเพื่อเอาไปช่วยทีมดับไฟป่า แต่ถึงขณะนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ หรือสิ่งของ อะไรจาก ‘ฌอน บูรณะหิรัญ’ เลย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านข่าวเพิ่มเติม : ทีมดับไฟป่า เผย ‘ฌอน บูรณะหิรัญ’ เปิดรับบริจาค แต่ทำไม จนท. ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ)

ล่าสุดวานนี้ (27 มิ.ย.63) ‘ฌอน บูรณะหิรัญ’ ได้โพสต์ข้อความชื่อแจงถึงเรื่องดังกล่าวผ่านเพจเฟซบุ๊ก Sean Buranahiran – ฌอน บูรณะหิรัญ โดยระบุว่าการรับบริจาคดังกล่าวแบ่งการช่วยเหลือเป็น 2 เคส คือ 1.ช่วยเหลือเหตุไฟป่า 2.เรื่องไวรัสCovid-19

โดยเปิดรับบริจาคตั้งแต่วันที่ 30มี.ค.2563 และปิดรับบริจาควันที่ 1 พฤษภาคม 2563ที่ผ่านมา เป็นจำนวนเงิน 875,741.53 บาท

แนวทางการดำเนินการแบ่งออกเป็น 3 ส่วน

  1. เรียนรู้ ทำความเข้าใจปัญหาจากราก จากทุกฝ่าย ทั้งทางเอกชน หน่วยงานราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กรมป่าไม้ ชาวเผ่าประกาเกอะญอ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ( ระยะเวลาในการดำเนินการคาดว่า 2 ปีขึ้นไป ใช้งบประมาณส่วนตัวในการดำเนินการ และเดินทางมาโดยตลอด )
  2. ทำสื่อเพื่อสร้างการตระหนักรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เผยแพร่ความรู้ และนำเสนอแนวทางผู้เชี่ยวชาญทางด้านนั้นๆ เผยแพร่ทางเฟสบุ๊ค อินสตาแกรม และ ยูทูป ฌอน บูรณะหิรัญ

    (ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ทีมงาน ตัดต่อ และโปรโมทโพสต์โดยจ่ายค่าโฆษณาให้แก่ทางFacebook มูลค่า 254,516.53บาท เพื่อที่จะกระจายข่าวไปทั่วประเทศ ให้คนได้รับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับชาวเชียงใหม่ ณ เวลานั้น (มีใบเสร็จและได้รับการตรวจสอบจากทางตำรวจเรียบร้อย)

    สำหรับ 2 คลิปที่เกี่ยวข้องกับการบริจาค ได้แก่ คลิปไฟป่าฆ่าคนเชียงใหม่ลงวันที่ 1 เมษายน 2563 และ คลิปอยู่ข้างนอก24ชม.เท่ากับสูบบุหรี่ 2 มวน วันที่ 3 เมษายน 2563 ) ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ใหญ่ที่มีอำนาจเชิงนโยบายมาลงพื้นที่ เกิดความตระหนักรู้ในวงกว้าง อันจะเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่ทำให้ผู้รับชมได้นำไปต่อยอดเรียนรู้ ช่วยเหลือปัญหาในแบบของตัวเอง

    (ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ใช้พลังทรัพย์ส่วนตัวในการผลิตสื่อเชิงสร้างสรรค์ให้ผู้ชมได้รับชมกันโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายมาตลอดระยะเวลา 4 ปี และ ยังจะทำต่อเนื่องแม้ว่าปิดการรับบริจาคแล้ว )

  3. ลงพื้นที่ บริจาคกำลังทรัพย์ ช่วยเหลือเร่งด่วน

    3.1 ส่งทีมงานไปเป็นอาสาสมัครร่วมกับจิตอาสาในพื้นที่รอบเชียงใหม่ วัดผาลาด , ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าเชียงใหม่ (ส่งอาสาสมัครไปบริจาคเจลล้างมือ หน้ากาก ในช่วงCovid-19 เป็นช่วงรักษาระยะห่าง ทางสังคม covid 19 และไม่มีการเก็บภาพใดๆ (ใบเสร็จต่างๆในการซื้ออุปกรณ์อยู่ในอัลบั้มรูปนี้)

    3.2 ส่งตัวแทนบริจาคเป็นสิ่งของตามที่โรงพยาบาลและหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ ที่ขอความอนุเคราะห์เข้ามาเป็นลายลักษณ์อักษร มูลค่า 621,225 บาท (มีใบเสร็จทั้งหมดและเอกสารขอบคุณ) + ค่าขนส่งเอกชน 5,000 บาท

    3.3 บริจาคด้วยเงินส่วนตัวด้านอาหารสำหรับผู้ขาดแคลนในเชียงใหม่ที่ต้องเจอทั้งสองวิกฤติในคราวเดียวกัน จำนวน 100,000 บาท (อุดหนุนร้านในท้องถิ่นและดำเนินการแจกจ่าย ทั้งออกนามและไม่ออกนาม ในวันที่ 29 เม.ย. -17มี.ค.ที่ผ่านมา)

อ่านเพิ่มเติม : ฌอน บูรณะหิรัญ

‘ศรีสุวรรณ’ จี้กรมการปกครองเอาผิด ‘ฌอน’ นำเงินบริจาคใช้ผิดวัตถุประสงค์

ประเด็นน่าสนใจ

วันนี้ (28 มิ.ย.63) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ตามที่นายฌอน บูรณะหิรัญได้โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัวโฆษณาขอรับเงินบริจาคระหว่างวันที่ 30 มี.ค.2563 จนถึง 1 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา จากแฟนเพจเพื่อนำมาช่วยดับไฟป่าดอยสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยมีผู้ร่วมบริจาคเป็นจำนวนเงิน 875,741.53 บาท แต่กลับนำเงินบริจาคส่วนหนึ่งมูลค่า 254,516.53 บาท มาใช้ทำสื่อเพื่อประชาสัมพันธ์ตนเองนั้น

เบื้องต้นการรับบริจาคดังกล่าวแม้มีวัตถุประสงค์เป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่จะต้องขออนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไรเสียก่อนตามความใน ม.6 ประกอบ ม.8 แห่ง พรบ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 ซึ่งตามกฎกระทรวงแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ กำหนดให้นายอำเภอ เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม ม.8 สำหรับในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด

ซึ่งต้องตรวจสอบต่อไปว่าผู้ขออนุญาตเคยต้องโทษเกี่ยวกับทรัพย์ กรรโชก ฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์ หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายลักษณะอาญาหรือไม่ หากใครฝ่าฝืนย่อมมีความผิดตาม ม.17 ประกอบ ม.19 ได้หรือหากผู้จัดกิจกรรมปิดบังอำพรางข้อเท็จจริงก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานแจ้งความเท็จตาม ปอ.ม.172 ด้วย

ยื่นหนังสือไปยังอธิบดีกรมการปกครอง เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าว

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังอธิบดีกรมการปกครองเพื่อขอให้ตรวจสอบว่ากรณีการขอรับบริจาคของนายฌอน บูรณะหิรัญ ดังกล่าวนั้นได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ดังนี้

  • 1)กิจกรรมการเรี่ยไรดังกล่าวมีการดำเนินการขออนุญาตจากนายอำเภอเมือง จ.เชียงใหม่ ตามกฎกระทรวง แห่ง พรบ.ควบคุมการเรี่ยไร 2487 แล้วหรือไม่ อย่างไร
  • 2)กิจกรรมการเรี่ยไรดังกล่าวมีการออกใบรับเงินให้กับผู้บริจาคทุกคนและมีต้นขั้วใบรับไว้เป็นหลักฐานตามที่กำหนดไว้ใน ม.13 หรือไม่
  • 3)เงินบริจาคที่ได้มาดังกล่าว มีการนำไปใช้จ่ายในการจัดทำสื่อเพื่อประชาสัมพันธ์ตนเอง เป็นการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ตาม ม.14 หรือไม่ อย่างไร และหากนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์อาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง ตามกฎหมายอาญา ม.341 ได้ที่ระบุว่า “ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งและโดยการหลอกลวงให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

ทั้งนี้กิจกรรมการขอรับบริจาคของนายฌอนได้ดำเนินการเสร็จสิ้นลงไปแล้ว หากเป็นการดำเนินการที่ฝ่าฝืนพรบ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 และประมวลกฎหมายอาญา ก็ย่อมที่จะฝ่าฝืน พรบ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 ตามไปด้วย ย่อมถือได้ว่า “เป็นความผิดที่สำเร็จแล้ว”

กรมการปกครองต้องดำเนินการทางกฎหมายเพื่อแจ้งความดำเนินคดีตามครรลองของกฎหมายต่อไป ทั้งนี้กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ไม่อาจมีข้อยกเว้นให้บุคคลใดได้ แม้จะเป็นคนโปรดของว่าที่หัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่ของรัฐบาลและอ้างว่าเพื่อประโยชน์สาธารณะก็ตาม นายศรีสุวรรณกล่าวในที่สุด

ประชาชน ซื้อตั๋วอำลา “สกาล่า” เตรียมฉายหนังรอบสุดท้าย 4-5 ก.ค.นี้

ประเด็นน่าสนใจ

วันนี้ ( 27 มิ.ย. 63 ) ที่ โรงหนังสกาลา ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา ประชาชนเดินทางมาซื้อตั๋วหนังรอบสุดท้ายอำลา “ สกาลา ” อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมในประวัติศาสตร์ในการฉายหนังรอบสุดท้ายในวันที่ 4 – 5 ก.ค.นี้ ก่อนปิดตำนาน “ราชาโรงหนังแห่งสยาม ” แบบถาวร หลังเปิดให้บริการนานถึง 51 ปี

โดยบรรยากาศ นอกจากประชาชนยืนต่อแถวรอซื้อตั๋วที่มีทุกเพศทุกวัยแล้วนั้น หลายคนยังหยิบกล้องมาบันทึกความทรงจำเพื่อเป็นที่ระลึก ความสวยงามทั้งด้านหน้าโรงหนังและภาพในจุดจำหน่ายตั๋ว

ทั้งได้สอบถามพนักงานที่คอยให้บริการภายในโรงหนัง ว่าหลังปิดทำการแล้ว ทั้งสองคนจะไปทำอะไร ซึ่งทั้งคู่ได้ตอบกลับว่า อายุเยอะแล้วไปสมัครงานที่ไหน ใครเขาจะรับ และคงหางานยากมาก ก็ยังไม่รู้จะไปทำอะไรเลยตอนนี้

LA SCALA ลาสกาลา

สำหรับโรงภาพยนตร์ สกาล่า หรือที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “LA SCALA ลาสกาลา” ได้แจ้งข่าวผ่านทางเฟซบุ๊กว่า ทางโรงภาพยนตร์จะจัดฉายภาพยนตร์ที่คัดสรรโดย หอภาพยนต์ ในวันที่ 4 และ 5 กรกฎาคม 2563 ซึ่งจะถือเป็น “รอบปิดม่าน” ทิ้งท้ายก่อนปิดให้บริการอย่างถาวร นอกจากนี้ ทางโรงภาพยนตร์ระบุด้วยว่า ในวันที่ 3 ก.ค. นี้ กรกฎาคม 2563 โรงภาพยนตร์จะเปิดไฟทุกดวงในอาคาร เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ผูกพันธ์กับโรงหนังแห่งนี้ได้เก็บภาพบรรยากาศที่สวยงาม

“…ให้ความสว่างไสวของแสงไฟอยู่ในความทรงจำร่วมกัน สยามสแควร์เคยมีโรงหนังขนาดใหญ่สามทหารเสือ สยาม ลิโด สกาลา จนเป็นส่วนสำคัญที่ให้สยามสแควร์เติบโตเป็นทำเลทองทางธุรกิจที่เจริญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย และปฏิเสธไม่ได้ว่า ความโอ่อ่าทำให้สกาลามีฐานะเป็น ‘ราชาโรงหนังแห่งสยาม’ ” สกาล่าเขียนผ่านโพสต์

และการก่อตั้งเมื่อปี 2512 หรือเมื่อ 51 ปีก่อน เป็น 1 ใน 3 โรงภาพยนตร์เครือเอเพ็กซ์ ต่อจากโรงภาพยนตร์สยาม ก่อตั้งเมื่อปี 2509 และโรงภาพยนตร์ลิโด ก่อตั้งเมื่อปี 2511 ซึ่งมีนายพิสิฐ ตันสัจจา เจ้าของโรงหนังศาลาเฉลิมไทยเป็นเจ้าของ มีขนาด 1,000 ที่นั่ง โดยตั้งตามชื่อ La Scala โรงละครเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งเมืองมิลาน ซึ่งในภาษาอิตาลี คำนี้แปลว่า “บันได” เคยเป็นโรงหนังที่หรูหราที่สุดและตั๋วแพงที่สุดในยุคหนึ่ง

ภายหลังการแข่งขันโรงภาพยนตร์รุนแรงมากขึ้น ทำให้โรงภาพยนตร์เครือเอเพ็กซ์ขาดทุนหลายปี จึงหันมาใช้กลยุทธ์นำภาพยนตร์ทางเลือกออกฉาย หนึ่งในนั้นคือภาพยนตร์เรื่อง Slumdog Millionaire ที่ได้รับรางวัลออสการ์ ด้วยกระแสอินดี้ทำให้ประสบความสำเร็จอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ผลจากการจราจลหลังการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดงในปี 2553 ทำให้โรงภาพยนตร์สยามถูกเผาจนไม่เหลือซาก ต่อมาโรงภาพยนตร์ลิโดปิดให้บริการเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2561 เนื่องจากหมดสัญญาเช่า

อย่างไรก็ตาม โรงภาพยนตร์สกาลา ได้งดให้บริการชั่วคราวหลังรัฐบาลประกาศสั่งปิดสถานที่ชั่วคราว ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา แต่ผลกระทบจากโรคโควิด-19 ประกอบกับสัญญาเช่ากับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกำลังจะหมดลง จึงตัดสินใจปิดกิจการและขอยกเลิกสัญญาเช่าก่อนกำหนด เหลือเพียงแค่ให้เช่าสถานที่สำหรับองค์กรและภาคธุรกิจทำกิจกรรมและจัดฉายภาพยนตร์รอบพิเศษ ไปจนกว่าสัญญาจะสิ้นสุดลง

‘พรรคพลังประชารัฐ’ เปลี่ยนโลโก้พรรคใหม่ แสดงถึงความกลมเกลียว

ประเด็นน่าสนใจ

วันนี้ (27 มิ.ย.63) ที่ห้องแกรนด์ไดมอนส์ บอลลูน อิมแพค เมืองทองธานี การประชุมใหญ่สามัญเพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค พรรคพลังประชารัฐชุดใหม่ เลือกหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค นายทะเบียนพรรค เหรัญญิก และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่

นอกจากนี้ยังมีการเสนอเปลี่ยนโลโก้พรรคใหม่ ครั้งที่ 3 โดยสัญลักษณ์อันแรกเป็นลายรังผึ้งหกเหลี่ยม ลายธงชาติ ก่อนมีการเปลี่ยนครั้งที่ 2 มาใช้เป็นลวดลายวงกลม และครั้งที่ 3 นี้ ได้มีการขยับตัวอักษร ‘พรรคพลังประชารัฐ’ เข้ามาอยู่ในวงกลมทั้งหมด เพื่อแสดงถึงความกลมเกลียว ไม่แตกออกจากวง

โลโก้พรรคพลงประชารัฐ แบบที่ 3 (ล่าสุด)

โลโก้พรรคพลงประชารัฐ แบบที่ 2

โลโก้พรรคพลงประชารัฐ แบบที่ 1

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายอนุชา นาคาศัย เป็นเลขาธิการพรรค,นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นเหรัญญิกพรรค,และนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ เป็นนายทะเบียนพรรค และกรรมการบริหารอีก 23 คน เป็นกรรมการฯจากชุดเดิม

โดยกรรมการบริหารพรรค หายไป 5 คน ได้แก่ นายอุตตม สาวนายน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รวมถึงนายชวน ชูจันทร์ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรค

ทีมดับไฟป่า เผย ‘ฌอน บูรณะหิรัญ’ เปิดรับบริจาค แต่ทำไม จนท. ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ

ประเด็นน่าสนใจ

วันนี้ (27 มิ.ย.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจแหม่มโพธิ์ดำ ได้โพสต์เรื่องราวของเจ้าหน้าที่อาสาดับไฟป่าดอยสุเทพท่านหนึ่ง ได้ส่งข้อมูลมาทางเพจฯ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการดับไฟป่าบนดอยสุเทพ ตั้งแต่ช่วงกุมภาพันธ์ ที่มีความยากลำบากทั้งเรื่องการเข้าปฏิบัติการ และอุปกรณ์ ซึ่งอุปกรณ์ที่เจ้าหน้าที่มีนั้นไม่เพียงพอ โดยได้รับบริจาคจากผู้ใจบุญต่างๆ อาทิมอบ เลื่อยไฟฟ้า และต้องใช้ส่วนตัวซื้อมาใช้เอง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึง ‘ฌอน บูรณะหิรัญ’ ไลฟ์โค้ชชื่อดัง ที่มีการเปิดรับบริจาคผ่านเพจ

โดยโพสต์ดังกล่าวมียอดแชร์และกดไลค์เป็นจำนวนมาก ซึ่งเงินบริจาคนั้นก็ไม่ได้ถูกเปิดเผยแต่อย่างใด นอกจากนี้จนถึงทุกวันนี้ทางทีมดับไฟป่าดอยสุเทพยังไม่ได้รับสิ่งของอะไรจาก ‘ฌอน บูรณะหิรัญ’ เลย

ทั้งนี้ที่ผ่านมาทางทีมอาสาดับไฟป่า ได้พยายามติดต่อไปทางเพจของฌอน แต่ไม่ได้รับคำตอบ อย่างไรก็ตามอยากฝากไปถึง ‘ฌอน บูรณะหิรัญ’ อยากให้ชี้แจงถึงเงินรับบริจาคในครั้งนี้ด้วย เพราะคนทั่วประเทศร่วมช่วยเหลือ จ.เชียงใหม่ ผ่านฌอนเป็นจำนวนมาก

ที่มา : แหม่มโพธิ์ดำ

สวยงาม!! ปรากฏการณ์ ‘พระอาทิตย์ทรงกลด’

ประเด็นน่าสนใจ

วันนี้ ( 27 มิ.ย. 63 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกออนไลน์แห่แชร์ภาพพระอาทิตย์ทรงกลดกันอย่างคึกคัก โดยทีมข่าว MThai ได้เก็บภาพพระอาทิตย์ทรงกลดบริเวณ ถ.บรมราชชนนี มาให้ผู้อ่านทุกท่านได้รับชมกัน

สำหรับปรากฏการณ์ ‘พระอาทิตย์ทรงกลด’ เป็นชื่อเรียกปรากฏการณ์ทางแสง ซึ่งเกิดขึ้นในชั้นบรรยากาศ ‘โทรโพสเฟียร์’ ส่วนบน อันเป็นที่อยู่ของกลุ่มเมฆจำนวนมาก ละอองน้ำในชั้นบรรยากาศนี้สามารถเย็นตัวจัดจนกลายเป็นอนุภาคน้ำแข็งที่ลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศ

เมื่อมีแสงมาส่องกระทบก็จะเกิดการหักเหของแสงเป็นแถบสีรุ้ง แถบสีรุ้งอาจมีลักษณะแตกต่างกันไปในแต่ละสภาพแวดล้อม หากมีการหักเหทำมุม 22 องศาก็จะได้เป็นแถบวงแหวนซึ่งจะเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า อาทิตย์ทรงกลด และยังมีรูปแบบอื่นๆ อีกได้แก่ เสาแสง, ซันด็อก เป็นต้น

อย่างไรก็ตามสำหรับในประเทศไทย ซึ่งทุกครั้งที่เกิดพระอาทิตย์ทรงกลดขึ้น ก็จะมีเสียงพูดกันปากต่อปากกันว่า วันนี้เป็นวันดี เป็นลางดี สิ่งนี้จึงถูกหยิบยกไปเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์บ้านเมืองในขณะนั้นด้วยว่า พระอาทิตย์ทรงกลดเป็นแสงแห่งชัยชนะ จะช่วยให้บ้านเมืองหรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้นผ่านพ้นวิกฤตได้ ซึ่งความเชื่อเหล่านี้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว หากจะถามว่าความเชื่อที่ว่าพระอาทิตย์ทรงกลดเป็นมงคลนั้นมาได้อย่างไร

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะคนไทยนับถือพระอาทิตย์เป็นเทวดาเบื้องบนองค์หนึ่ง ดังที่เราเรียกนำหน้าว่า “พระ” เช่นเดียวกับคำว่า “กลด” ที่ถือเป็นของสูงสำหรับพระ คนไทยจึงมองว่า “พระอาทิตย์ทรงกลด” เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แสดงถึงความเป็นสิริมงคล ถือเป็นนิมิตหมายอันดีในเรื่องต่าง ๆ ก็เป็นได้

ศาลงเพิกถอนประกัน ‘เบนซ์ เรซซิ่ง’ คุมตัวส่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพ

ประเด็นน่าสนใจ

ศาลอาญารัชดามีคำสั่งเพิกถอนประกัน นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง หลังได้รับการปล่อยชั่วคราว ในข้อหา สมคบฟอกเงินคดียาเสพติด ที่ถูกตำรวจปราบปรามยาเวพติดจับกุมไว้ได้พร้อมพวก แต่ไม่มารายงานตัวตามกำหนดนัด

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายอัครกิตติ์ จำเลยมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสม ถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาดำเนิน คดี ข้อหา กระทำผิด พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และข้อหากระทำผิด พ.ร.บ.จราจรฯ ถือว่าผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวของศาล จึงมีคำสั่งเพิกถอนการประกันตัวจำเลย

ซึ่ง ในวันนี้ไม่มีญาติมายื่นขอประกันตัวอีก เจ้าหน้าที่ราชฑัณฑ์ จึงได้นำตัวเบนซ์ เรซซิ่ง ไปควบคุมไว้ ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป

ผบ.ตร. สั่งการตำรวจทุกพื้นที่ กวาดล้างแก๊งเงินกู้นอกระบบ

ประเด็นน่าสนใจ

วันนี้ (26 มิ.ย.63) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการระดมกวาดล้างจับกุมผู้กระทำผิด ภายใต้ “ยุทธการขุดรากถอนโคนหนี้นอกระบบ ในเขตพื้นที่ ตำรวจภูธรภาค 1” ระหว่างวันที่ 22-25 มิ.ย.63

จากการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย 9 จังหวัด จำนวน 77 จุด สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบได้ 145 ราย ทั้งการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด, ทวงหนี้ในลักษณะข่มขู่, กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชนฯ (กู้ออนไลน์) และประกอบธุรกิจสินเชื่อบุคคลฯ (รับจำนำรถ) พร้อมยึดของกลางรวม 320 รายการ อาทิ รถยนต์ 35 คัน, รถจักรยานยนต์ 17 คัน, โฉนดที่ดิน 5 ฉบับ, อาวุธปืน 3 กระบอก, เงินสดกว่า 1 แสนบาท รวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ จัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีอิทธิพล เครือข่ายปล่อยเงินกู้นอกระบบ เพื่อสืบสวนขยายผล โดยเฉพาะบุคคลที่ปล่อยเงินกู้รายวันตามตลาดต่าง ๆ หากพบมีการกระทำผิด ให้ดำเนินการตามกฎหมาย และขยายผลตรวจสอบเส้นทางทางการเงิน เพื่อยึดทรัพย์ต่อไปด้วย พร้อมขอความร่วมมือประชาชน แจ้งเบาะแส โดยตำรวจจะเก็บข้อมูลไว้เป็นความลับ เพื่อความปลอดภัย

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดตั้ง ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ “ศปน.ตร.” และให้แต่ละกองบัญชาการจัดตั้งศูนย์นี้เช่นกัน เพื่อปราบปรามและดำเนินคดีกับผู้มีอิทธิพล บุคคล หรือกลุ่มบุคคล ที่มีพฤติการณ์ให้ประชาชนกู้ยืมเงินโดยผิดกฎหมาย และเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด หรือ มีลักษณะเป็นการทำสัญญาเอารัดเอาเปรียบประชาชน การทวงถามหนี้โดยผิดกฎหมาย หรือการกู้ยืมเงินที่มีลักษณะเป็นการฉ้อโกงประชาชน