Category Archive : ข่าวเด่น

นายกฯ ชี้แจงงบผูกพันจัดซื้อยุทโธปกรณ์ ยันต้องทันต่อสถานการณ์

ประเด็นน่าสนใจ

วานนี้ (1 ก.ค.63) การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 วันที่ 2 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงเพิ่มเติมจาก พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เกี่ยวกับการผูกพันประมาณข้ามปี

โดยพล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ตนได้ตรวจสอบทั้งงบประมาณแล้วว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ทุกประการ ในส่วนของงบผูกพันข้ามปีที่สะสมมานั้นเนื่องจากว่าการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ด้านต่างๆ ต้องใช้เวลาในการผลิต ในการผ่อนชำระ และก็มีราคาแพง วันนี้จึงจำเป็นต้องปรับยุทโธปกรณ์ของเรา

ซึ่งอาจจะมองว่ามีเพียงพอหรือยัง จึงอยากจะชี้แจงว่าที่ผ่านมานั้นเราไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนในเรื่องของการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ใหม่ๆเลย ทำให้ยุทโธปกรณ์ในปัจจุบันมีของเก่าประมาณ 70–80% ดังนั้นส่วนที่จัดหาทดแทนคือเพื่อไม่ให้ไปเสียงบในส่วนของการซ่อมบำรุงที่นับวันจะไม่สามารถใช้งานได้ เพราะมีภารกิจในการป้องกันอธิปไตยตามแนวชายแดน ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ แต่ก็จำเป็นที่จะต้องมีการเตรียมความพร้อมไว้ในเรื่องของกำลังและยุทโธปกรณ์ และข้อสำคัญคือวันนี้เทคโนโลยีต่างๆ นั้นก้าวไกล

ดังนั้นยุทโธปกรณ์ที่ไม่ทันสมัยก็อาจจะเป็นปัญหากับเราต่อไปในอนาคต อีกทั้งการจัดซื้อยุทโธปกรณ์นั้นต้องใช้เวลา ไม่ใช่ซื้อวันนี้แล้วจะได้ทันที เพราะต้องไปประกอบการผลิตใหม่ขึ้นมา ไม่ได้มีการสำรองไว้หน้าร้าน ส่วนการบรรจุข้าราชการทหารในปัจจุบัน มีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น บนหลักการที่ควรจะต้องมี เพราะเห็นถึงความสำคัญและการขาดแคลนงบประมาณของประเทศด้วย

สายช้อปห้ามพลาด! GSB E-Commerce บัตรเครดิตแบบใหม่ ที่คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

กี่ครั้งแล้วกับรักแลกภพ (Love at first sight) ทำให้หลุดไม่พ้นกับคำว่า #ของมันต้องมี ยิ่งตอนต้องปรับตัวเข้าสู่ยุค New Normal ที่การใช้จ่ายแบบออนไลน์ หรือ E-Commerce กลายเป็นเรื่องปกติ ในชีวิตประจำวัน ดังนั้น การกดปุ่มโอนก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอีกต่อไป แต่…ในสภาวะเศรษฐกิจที่ค่อนข้างจะ ฝ…สระอือ…ด แบบนี้ ทำให้การช้อปออนไลน์แต่ละครั้งจำเป็นต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี ดังนั้นการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในช่วงของวิกฤติเศรษฐกิจแบบนี้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นบัตรเครดิตเองก็มีมากมายหลายประเภทให้เลือก บางใบได้แต้มได้คะแนนสะสม แลกของรางวัลมากมาย บางใบใช้แล้วจะได้ Cash Back เงินคืนกลับมา ซึ่งพอมาคิดดูดีๆ แล้ว ก็อาจจะไม่ได้คุ้มค่าขนาดนั้น เป็นแบบนี้ ธนาคารออมสิน จึงจัดทำ บัตรเครดิต อีคอมเมิร์ซ GSB E-Commerce Credit Card เพื่อเอาใจสายชอบช้อปปิ้งออนไลน์โดยเฉพาะ เสนอสิทธิ์ผ่อนชำระ 0% สูงสุด 6 เดือน เมื่อใช้จ่ายซื้อของออนไลน์ (E-Commerce) ปีแรกตลอดทั้งปี* แถมยังได้รับเครดิตเงินคืนถึง 10% ของดอกเบี้ยที่เรียกเก็บและชำระตรงเวลา เมื่อใช้จ่ายซื้อของออนไลน์ (E-Commerce) ในหมวดอีกด้วย เรียกได้ว่าคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม

GSB E-Commerce Credit Card

นอกจากพรีเซนเตอร์จะเด็ดดวงควงใจสาวๆ แล้วบัตรเครดิตธนาคารออมสิน อีคอมเมิร์ซ (GSB E-Commerce Credit Card) ยังมาพร้อมกับสิทธิประโยชน์มากมายที่ทำให้ “ใช้จ่ายช้อปอุ่นใจ ใช้ดีมีคืน” เพราะทุกการใช้จ่ายทางออนไลน์ผ่านบัตรเครดิต รับสิทธิ์ “คุ้มครองการซื้อสินค้าออนไลน์สูงสุด 5,000 บาทต่อครั้ง และคุ้มครองสูงสุด 10,000 บาทต่อปี อีกด้วย ทีนี้ก็หมดปัญหาสินค้าชำรุด สูญหายระหว่างขนส่งไปได้เลย

นอกจากสิทธิประโยชน์ข้างต้นแล้ว ยังมีโปรโมชั่น “ใช้ดีมีคืน” ที่ให้ทุกการใช้จ่ายออนไลน์ของคุณคุ้มค่าที่สุด เช่น เมื่อใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันช้อปปิ้ง ฟังเพลงหรือ Grab ก็ได้ รับกันไปเลย เครดิตเงินคืนสูงสุด 150 บาทต่อเดือน ใครที่ถือบัตรเครดิตธนาคารออมสิน อีคอมเมิร์ซอยู่ ห้ามพลาด  ! โปรฯ อยู่ยาวถึง 31 ธ.ค. 2563 กันเลย

แถมงานนี้ยังสามารถนำคะแนนสะสม GSB Reward Point ทุก 1,000 คะแนน ไปแลกรับสลากออมสินพิเศษได้ มูลค่า 100 บาท ให้ไปลุ้นรางวัลใหญ่กันทุกเดือนอีกด้วย

สรุปได้เลยว่า GSB E-Commerce Credit Card ถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจของผู้ใช้บัตรเครดิตที่ต้องการได้กำไรคืนแบบใหม่ ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะได้ลุ้นกับสลากออมสินที่หากถูกรางวัลใหญ่นี่คุ้มยิ่งกว่าคุ้มจริงๆ งานนี้ใครสนใจสมัครบัตรหรืออ่านข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ >>> www.gsb.or.th/GSB_Card.aspx

สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 1/07/2563 | 11.30 น.

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019

📍 สถานการณ์ในประเทศไทย

  • ผู้ป่วยยืนยันวันนี้ 2 ราย (รายที่ 3,172 – 3,173)
  • ผู้ป่วยวันนี้มาจากคูเวตทั้ง 2 ราย
  • ผ่านมาแล้ว 37 วัน ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศ
  • ประเทศไทย อยู่อันดับที่ 96 ของโลก

🔵 ผู้ป่วยหายกลับบ้าน 3 ราย
⚫️ ผู้ป่วยเสียชีวิต 0 ราย

🔹 ผู้ป่วยสะสม 3,173 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยหายกลับบ้าน 3,059 ราย +3
🔹 รวมผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 56 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยเสียชีวิต 58 ราย
🔹 รวมติดเชื้อในประเทศ 2,444 ราย
🔹 อยู่ในสถานกักกันของรัฐ State Quarantine 236 ราย +2

📍 ผู้ป่วยยืนยันวันนี้ แบ่งเป็น 1 กลุ่ม

🔸 กลุ่มที่ 1 ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เข้าสถานกักกันของรัฐ (จำนวน 2 ราย)

▪️ จากประเทศคูเวต 2 ราย เป็นชายไทย อายุ 47 และ 48 ปี อาชีพรับจ้าง

  • วันที่ 29 มิ.ย. 2563 เดินทางถึงไทย ผ่านการคัดกรอง ณ ด่านสุวรรณภูมิ พบว่ามีอาการ ไอ มีไข้
  • วันที่ 29 มิ.ย. 2563 ตรวจหาเชื้อ และผลเชื้อ

📍 ช่วงอายุ

  • อายุน้อยสุด 1 เดือน
  • อายุสูงสุด 97 ปี
  • อายุเฉลี่ย 39 ปี

📍 สหภาพยุโรปอนุญาต 14 ประเทศ ให้เดินทางเข้า EU ได้ ตั้งแต่ 1 ก.ค. 2563 หนึ่งในนั้น คือ ประเทศไทย

📍 เที่ยวบินนำคนไทยตกค้างกลับไทย

▪️ วันที่ 1 ก.ค. 2563
  • โซมาเลีย (ผ่านเอธิโอเปีย) ET608 สุวรรณภูมิ เวลา 13.30 น. จำนวน 4 คน ลูกเรือประมง
  • ไต้หวัน FD9113 ดอนเมือง เวลา 15.45 น. จำนวน 135 คน แรงงาน คนไทยตกค้าง
  • ไต้หวัน FD9115 ดอนเมือง เวลา 17.45 น. จำนวน 135 คน คนไทยตกค้าง
  • ไต้หวัน FD9117 ดอนเมือง เวลา 19.15 น. จำนวน 134 คน พระสงฆ์ คนไทยตกค้าง
▪️ วันที่ 2 ก.ค. 2563
  • ดูไบ (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) FZ8893 สุวรรณภูมิ เวลา 20.40 น. จำนวน 175 คน คนไทยตกค้าง
  • การ์ตา (อินโดนีเซีย) SL117 ดอนเมือง เวลา 23.30 น. จำนวน 200 คน คนไทยตกค้าง

🌍 สถานการณ์ทั่วโลก

▪️ ผู้ป่วยสะสมทั่วโลก : 10,585,152 ราย +176,719 ราย
▪️ ผู้ป่วยอาการหนักทั่วโลก : 57,788 ราย +258 ราย
▪️ รักษาหายทั่วโลก : 5,795,101 ราย +130,694 ราย
▪️ เสียชีวิตทั่วโลก : 513,913 ราย +5,835 ราย

🌍 10 อันดับ ประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยสะสม

  1. สหรัฐอเมริกา : 2,727,853 ราย
  2. บราซิล 1,408,485 ราย
  3. รัสเซีย 647,849 ราย
  4. อินเดีย 585,792 ราย
  5. อังกฤษ 312,654 ราย
  6. สเปน 296,351 ราย
  7. เปรู 285,213 ราย
  8. ชิลี 279,393 ราย
  9. อิตาลี 240,578 ราย
  10. อิหร่าน 227,662 ราย

** อันดับที่ 96 ประเทศไทย 3,173 ราย

ติดตามสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 : https://news.mthai.com/covid-19

สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 1/07/2563 | 11.30 น.

‘สิระ’ รอด! ศาลรธน. วินิจฉัยไม่สิ้นสุดสมาชิก ส.ส. ปมวิวาทะกับตำรวจภูเก็ต

ประเด็นน่าสนใจ

วันนี้ (1 ก.ค.63) ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการประชุมและวินิจฉัยคำร้องที่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งความเห็นของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน 57 คน ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่า สมาชิกสภาพการเป็น ส.ส.ของนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ สิ้นสุดลงหรือไม่ กรณีที่นายสิระ ใช้สถานะหรือตำแหน่งการเป็น ส.ส.กระทำก้าวก่าย แทรกแซงการทำหน้าที่ของข้าราชการ ในระหว่างที่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบเรื่องการบุกรุกพื้นที่ป่าที่จังหวัดภูเก็ต

โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 1 วินิจฉัยว่าการกระทำของนายสิระ เป็นเพียงให้เจ้าหน้าที่รัฐ ทำตามกฎหมายกำหนด ส่วนการแสดงออก คงเป็นเพียงการไม่เห็นด้วยกับการทำหน้าที่ของตำรวจในพื้นที่เท่านั้น

ส่วนการพูดกับนายกเทศมนตรีตำบลกระรนนั้น เป็นเพียงการสอบถามข้อมูลและรับฟังคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ของรัฐเท่านั้น ดังนั้น จึงยังฟังไม่ได้ว่า ใช้สถานะหรือตำแหน่ง ส.ส.ก้าวก่ายแทรกแซง

อย่างไรก็ดี พฤติกรรมและการใช้ท่าทางของนายสิระ หากบุคคลใดเห็นว่าไม่สุภาพหรือไม่เหมาะสมของ ส.ส. สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมายว่าด้วยจริยธรรม ส.ส. และมาตรฐานทางจริยธรรม อาศัยเหตุดังกล่าวจึงวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของนายสิระ ไม่สิ้นสุดลง

ผู้เสียหาย ร้อง บก.ปอท. โดนเพจสั่งของเชิดเงินไม่ส่งของให้

ประเด็นน่าสนใจ

วันนี้ (30 มิ.ย. 2563) กลุ่มตัวแทนผู้เสียหาย ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของเพจ Tagoontor Multimedia หลังจากสั่งซื้อสินค้าประเภทอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคและอื่นๆ เมื่อโอนเงินค่าสินค้าแล้วกลับไม่ได้รับสินค้า

โดยหนึ่งในผู้เสียหายได้กล่าวว่า ก่อนที่จะตกลงซื้อสินค้ากับทางร้าน ตนเองได้ตรวจสอบดูความน่าเชื่อถือโดยพบว่า เพจได้เปิดมานานแล้ว และมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอด มีรีวิวว่าได้รับสินค้าอยู่บ้าง และทางร้านได้จดทะเบียนการค้าแล้ว

นอกจากนี้ยังได้เข้าไปดูเฟสบุ๊คที่คาดว่าเป็นเจ้าของร้าน พบว่าทำอาชีพเป็นช่างภาพทีวีช่องหนึ่ง จึงทำการตกลงซื้อสินค้าไป โดยทางร้านแจ้งว่าจะได้รับเลข tracking number ต่อเมื่อสินค้าได้มาถึงประเทศไทยแล้ว

เมื่อถึงเวลาที่สินค้าจะต้องมาถึงประเทศไทยทางร้านกลับไม่ยอมส่งเลขให้ ตนเลยโทรไปสอบถามกับทางร้านเอ (นามสมมุต) โดยทราบมาว่า ถ้าหากมีการส่งสินค้าแล้ว ลูกค้าจะได้รับเลข tracking number ตั้งแต่สินค้าเข้าระบบขนส่งของต่างประเทศแล้ว

หนึ่งในผู้เสียหายได้กล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีการที่ถูกโกงของผู้เสียหายแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน บางคนได้สั่งซื้อสินค้าโดยจะได้รับเป็น qr code เพื่อนำไปรับสินค้าเองที่ร้านเอ (นามสมมุต) แต่เมื่อโอนเงินแล้ว เพจกลับไม่ยอมส่ง qr codeให้ ทางผู้เสียหายได้โทรติดต่อไปยังเบอร์โทรศัพท์ของทางร้านแต่ไม่มีคนรับสาย ทักข้อความในเพจก็อ่านแต่ไม่ตอบ

ทั้งนี้ผู้เสียหายบางคนเคยไปแจ้งความในพื้นที่ของตนแล้ว และได้รับคำแนะนำว่า ให้รวมตัวกับผู้เสียหายคนอื่นๆมาแจ้งความที่ กองบังคับการปราบปรามความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เบื้องต้นมีผู้เสียหายกว่า 60 คน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 3.4 ล้านบาท

ผบ.ตร. แถลงจับยาเสพติดรายใหญ่ ของกลาง ยาบ้า 7 แสนกว่าเม็ด ไอซ์ 215 กก.

ประเด็นน่าสนใจ

วันนี้ ( 30 มิ.ย. 63 ) ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ร่วมแถลงข่าวยาเสพติดรายใหญ่ ยาบ้ากว่า 7 แสนเม็ด พบถูกหลบเลี่ยงมาจากประเทศเพื่อนบ้าน แล้วนำมาพักไว้ยังพื้นที่ภาคกลางก่อนจะนำไปจำหน่ายในพื้นที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ขณะที่ได้ขอความร่วมมือประชาชนในการเฝ้าสังเกตบ้านเช่าในระแวกเผื่อเป็นที่พักยาเสพติด โดยของกลางเป็นยาบ้า 760,000 เม็ด, ไอซ์ 215 กิโลกรัม, เฮโรอีน 2.28 กิโลกรัม, รถจักรยานยนต์ และรถยนต์อีก 2 คัน เป็นของกลางที่ได้จากการจับกุมนายอธิเบศร์ ถนอมพิชัย กับพวกได้รวม 4 คน

คดีนี้สืบเนื่องมาจากตำรวจ สน.บางขุนนนท์ และกองบังคับการตำรวจนครบาล 9 ร่วมกันจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ สน.ตลิ่งชัน เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา จากนั้นจึงขยายผลจนพบว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้ามาพักเก็บไว้ที่บ้านพักในพื้นที่ลาดพร้าว

โดยใช้รถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด ทะเบียน ชล-8558 กรุงเทพมหานคร จึงเฝ้าสังเกตการณ์และพบรถคันดังกล่าวช่วงกลางดึกของวันที่ 29 มิถุนายน เมื่อตำรวจแสดงตัว สามารถจับกุมผู้ต้องหา พร้อมไอซ์ 100 กิโลกรัมซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์ จากนั้นจึงขยายผลตรวจค้นบ้านเช่าภายในซอยลาดพร้าว 80 แขวงและเขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร พบไอซ์อีก 115 กิโลกรัม, ยาบ้า 760,000 เม็ด, เฮโรอีน 6 แท่ง น้ำหนัก 2.28 กิโลกรัม ทั้งหมดซุกซ่อนอยู่บริเวณชั้น 2 ของบ้าน

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ขนลำเลียงยาเสพติดทั้งหมดมาจากเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ซึ่งจากบรรจุภัณฑ์ของยาเสพติดใกล้เคียงกับล็อตที่ถูกจับกุมไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นยาเสพติดที่นำมาจากชายแดนภาคเหนือของไทย ส่วนรถยนต์อัลพาร์ดที่นำมาใช้ก่อเหตุ เดิมเป็นรถที่เจ้าของเดิมนำไปจำนำ ต่อมาจึงถูกกลุ่มผู้ต้องหาซื้อต่อมาในราคาถูก และนำมาใช้ก่อเหตุ

นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติยังพบว่านายอธิเบศร์มีประวัติเคยถูกจัยกุมคดีครอบครองยาเสพติดมาแล้วเมื่อปี 2556 เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายและจะขยายผลจับกุมขบวนการยาเสพติดที่เหลือต่อไป

อย่างไรก็ตามผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังฝากขอความร่วมมือประชาชน ให้ช่วยกันสอดส่องในชุมชน หากพบบ้านเช่า หรือห้องเช่าที่ปกติไม่ค่อยมีคนมาเช่า แต่กลับมีรถยนต์ต้องสงสัยเข้าออกอยู่เป็นประจำ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าตรวจสอบได้ทันที เพราะกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด หรืออาชญากร มักใช้บ้านเช่าเหล่านี้เป็นสถานที่กระทำความผิด โดยเจ้าหน้าที่จะเก็บข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสไว้เป็นความลับ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปล่อยปะละเลยให้มีการลักลอบกระทำความผิดในพื้นที่ ก็จะมีโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง

ด้านพลตำรวจโทวิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนทุกวิถีทาง ไม่ให้ลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ชั้นกลางและชั้นได้ โดยจะอาศัยด่านตรวจความมั่นคงที่ตั้งขึ้นจำนวนมากในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เข้ามาช่วย

ทำให้สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้มากขึ้น รวมถึงการบูรณาการร่วมกับบริษัทขน ให้กำชับเรื่องมาตรการการแสดงบัตรประชาชนของผู้ส่งพัสดุ และถ่ายรูปยืนยันตัวบุคคล เพื่อป้องกันการลักลอบส่งยาเสพติดผ่านทางพัสดุภัณฑ์ โดยเฉกาะในช่วงที่ประชาชนนิยมสั่งสินค้าออนไลน์เป็นจำนวนมาก

สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 29/06/2563 | 12.00 น.

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019

📍 สถานการณ์ในประเทศไทย

  • ผู้ป่วยยืนยันวันนี้ 7 ราย (รายที่ 3,163 – 3,169)
  • ผู้ป่วยวันนี้มาจากอินเดีย 6 ราย และอเมริกา 1 ราย
  • ผ่านมาแล้ว 35 วัน ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศ
  • ประเทศไทย อยู่อันดับที่ 95 ของโลก

🔵 ผู้ป่วยหายกลับบ้าน 0 ราย
⚫️ ผู้ป่วยเสียชีวิต 0 ราย

🔹 ผู้ป่วยสะสม 3,169 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยหายกลับบ้าน 3,053 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 58 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยเสียชีวิต 58 ราย
🔹 รวมติดเชื้อในประเทศ 2,444 ราย
🔹 อยู่ในสถานกักกันของรัฐ State Quarantine 232 ราย

📍 ผู้ป่วยยืนยันวันนี้ แบ่งเป็น 1 กลุ่ม

🔸 กลุ่มที่ 1 ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เข้าสถานกักกันของรัฐ (จำนวน 7 ราย)

▪️ จากประเทศอินเดีย 6 ราย เป็นหญิงไทย 3 ราย อายุ 28, 31 และ 36 ปี เป็นชายไทย 3 ราย อายุ 42, 45 และ 61 ปี

  • วันที่ 23 มิ.ย. 2563 เดินทางถึงไทย เข้าพักสถานกักกันของรัฐ
  • วันที่ 26 มิ.ย. 2563 ตรวจหาเชื้อ และผลเชื้อ ทั้ง 3 รายมีอาการไอ เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น และหายใจลำบาก ส่วนอีก 3 คน ไม่มีอาการ

▪️ จากประเทศอเมริกา 1 ราย เป็นหญิงไทย 3 ราย อายุ 27 ปี

  • วันที่ 27 มิ.ย. 2563 เดินทางถึงไทย เข้าพักสถานกักกันของรัฐ
  • วันที่ 28 มิ.ย. 2563 ตรวจหาเชื้อ และผลเชื้อ มีอาการไอ เจ็บคอ

📍 ช่วงอายุ

  • อายุน้อยสุด 1 เดือน
  • อายุสูงสุด 97 ปี
  • อายุเฉลี่ย 39 ปี

📍 จำนวนเตียง/เวชภัณฑ์
ข้อมูล : 29 มิ.ย. 2563

  • เตียง ICU จำนวน 571 เตียง
  • เตียงแยกผู้ป่วยอาการหนัก จำนวน 11,206 เตียง
  • เตียงทั่วไป จำนวน 10,349 เตียง
  • หน้ากาก N95 จำนวน 1,127,970 ชิ้น
  • ชุด PPE จำนวน 511,578 ชิ้น
  • เครื่องช่วยหายใจ จำนวน 11,096 เครื่อง

🌍 สถานการณ์ทั่วโลก

▪️ ผู้ป่วยสะสมทั่วโลก : 10,237,543 ราย +163,731 ราย
▪️ ผู้ป่วยอาการหนักทั่วโลก : 57,951 ราย +235 ราย
▪️ รักษาหายทั่วโลก : 5,547,001 ราย +95,145 ราย
▪️ เสียชีวิตทั่วโลก : 504,075 ราย +3,467 ราย

🌍 10 อันดับ ประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยสะสม

  1. สหรัฐอเมริกา : 2,636,550 ราย
  2. บราซิล 1,345,254 ราย
  3. รัสเซีย 634,437 ราย
  4. อินเดีย 549,197 ราย
  5. อังกฤษ 311,151 ราย
  6. สเปน 295,850 ราย
  7. เปรู 279,419 ราย
  8. ชิลี 271,982 ราย
  9. อิตาลี 240,310 ราย
  10. อิหร่าน 222,669 ราย
    ** อันดับที่ 95 ประเทศไทย 3,169 ราย

ติดตามสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 : https://news.mthai.com/covid-19

สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 29/06/2563 | 12.00 น.

นอภ.เชียงใหม่ แจงผู้ว่าฯ ‘ฌอน บูรณะหิรัญ’ รับบริจาคโดยไม่ขออนุญาต

ประเด็นน่าสนใจ

นายสราวุฒิ วรพงษ์ นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ ได้ทำหนังสือชี้แจงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เรื่อง การรับบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือในการดับไฟป่าในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ ของ “ฌอน บูรณะหิรัญ” ระบุว่า ตามที่ปรากฏข่าวสารทางสื่อสังคมออนไลน์กรณี “ฌอน บูรณะหิรัญ” เปิดรับบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือในการดับไฟป่าในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2563 จนถึง 1 พฤษภาคม 2563 เป็นเงินจำนวน 875,741.53 บาท

อำเภอเมืองเชียงใหม่ ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า นายฌอน บูรณะหิรัญ มิได้มายื่นขออนุญาตทำการเรี่ยไร ตามพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พุทธศักราช 2487 ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ แต่อย่างใด จึงเรียนมาเพื่อโปราดทราบ

ด้านผู้ใหญ่บ้าน ม.9 บ้านดอยสุเทพ ต.สุเทพ อ.เมือง​ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นหมู่บ้านอาสาดับไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า ตลอดช่วงที่มีการดับไฟป่าตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ได้มีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน มาสนับสนุนให้ความช่วยเหลือ แต่ไม่เคยพบฌอน บูรณะหิรัญ เลย และไม่เคยได้รับความช่วยเหลือใดๆ

หากว่าทีมงานของฌอนมาจริง ทางหมู่บ้านจะมีการจดบันทึกและถ่ายภาพเอาไว้หมด แต่จากการสืบค้นไม่มีเลย โดยส่วนตัวไม่เคยรู้จักฌอน บูรณะหิรัญ ว่าเป็นใครทำอะไร พึ่งมารู้จักในช่วงนี้ที่มีข่าวว่ามีการมาช่วยเหลือทีมดับไฟป่า

‘ฌอน บูรณะหิรัญ’ โพสต์ FB ชี้แจงกรณีรับบริจาคช่วยเหตุดับไฟป่า

ประเด็นน่าสนใจ

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก ‘แหม่มโพธิ์ดำ’ ได้โพสต์เรื่องราวของ ตัวแทนทีมอาสาดับไฟป่าดอยสุเทพท่านหนึ่ง ได้ตั้งคำถามถึง ‘ฌอน บูรณะหิรัญ’ ไลฟ์โค้ชชื่อดัง หลังเปิดรับบริจาคเงินเพื่อเอาไปช่วยทีมดับไฟป่า แต่ถึงขณะนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ หรือสิ่งของ อะไรจาก ‘ฌอน บูรณะหิรัญ’ เลย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านข่าวเพิ่มเติม : ทีมดับไฟป่า เผย ‘ฌอน บูรณะหิรัญ’ เปิดรับบริจาค แต่ทำไม จนท. ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ)

ล่าสุดวานนี้ (27 มิ.ย.63) ‘ฌอน บูรณะหิรัญ’ ได้โพสต์ข้อความชื่อแจงถึงเรื่องดังกล่าวผ่านเพจเฟซบุ๊ก Sean Buranahiran – ฌอน บูรณะหิรัญ โดยระบุว่าการรับบริจาคดังกล่าวแบ่งการช่วยเหลือเป็น 2 เคส คือ 1.ช่วยเหลือเหตุไฟป่า 2.เรื่องไวรัสCovid-19

โดยเปิดรับบริจาคตั้งแต่วันที่ 30มี.ค.2563 และปิดรับบริจาควันที่ 1 พฤษภาคม 2563ที่ผ่านมา เป็นจำนวนเงิน 875,741.53 บาท

แนวทางการดำเนินการแบ่งออกเป็น 3 ส่วน

  1. เรียนรู้ ทำความเข้าใจปัญหาจากราก จากทุกฝ่าย ทั้งทางเอกชน หน่วยงานราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กรมป่าไม้ ชาวเผ่าประกาเกอะญอ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ( ระยะเวลาในการดำเนินการคาดว่า 2 ปีขึ้นไป ใช้งบประมาณส่วนตัวในการดำเนินการ และเดินทางมาโดยตลอด )
  2. ทำสื่อเพื่อสร้างการตระหนักรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เผยแพร่ความรู้ และนำเสนอแนวทางผู้เชี่ยวชาญทางด้านนั้นๆ เผยแพร่ทางเฟสบุ๊ค อินสตาแกรม และ ยูทูป ฌอน บูรณะหิรัญ

    (ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ทีมงาน ตัดต่อ และโปรโมทโพสต์โดยจ่ายค่าโฆษณาให้แก่ทางFacebook มูลค่า 254,516.53บาท เพื่อที่จะกระจายข่าวไปทั่วประเทศ ให้คนได้รับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับชาวเชียงใหม่ ณ เวลานั้น (มีใบเสร็จและได้รับการตรวจสอบจากทางตำรวจเรียบร้อย)

    สำหรับ 2 คลิปที่เกี่ยวข้องกับการบริจาค ได้แก่ คลิปไฟป่าฆ่าคนเชียงใหม่ลงวันที่ 1 เมษายน 2563 และ คลิปอยู่ข้างนอก24ชม.เท่ากับสูบบุหรี่ 2 มวน วันที่ 3 เมษายน 2563 ) ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ใหญ่ที่มีอำนาจเชิงนโยบายมาลงพื้นที่ เกิดความตระหนักรู้ในวงกว้าง อันจะเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่ทำให้ผู้รับชมได้นำไปต่อยอดเรียนรู้ ช่วยเหลือปัญหาในแบบของตัวเอง

    (ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ใช้พลังทรัพย์ส่วนตัวในการผลิตสื่อเชิงสร้างสรรค์ให้ผู้ชมได้รับชมกันโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายมาตลอดระยะเวลา 4 ปี และ ยังจะทำต่อเนื่องแม้ว่าปิดการรับบริจาคแล้ว )

  3. ลงพื้นที่ บริจาคกำลังทรัพย์ ช่วยเหลือเร่งด่วน

    3.1 ส่งทีมงานไปเป็นอาสาสมัครร่วมกับจิตอาสาในพื้นที่รอบเชียงใหม่ วัดผาลาด , ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าเชียงใหม่ (ส่งอาสาสมัครไปบริจาคเจลล้างมือ หน้ากาก ในช่วงCovid-19 เป็นช่วงรักษาระยะห่าง ทางสังคม covid 19 และไม่มีการเก็บภาพใดๆ (ใบเสร็จต่างๆในการซื้ออุปกรณ์อยู่ในอัลบั้มรูปนี้)

    3.2 ส่งตัวแทนบริจาคเป็นสิ่งของตามที่โรงพยาบาลและหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ ที่ขอความอนุเคราะห์เข้ามาเป็นลายลักษณ์อักษร มูลค่า 621,225 บาท (มีใบเสร็จทั้งหมดและเอกสารขอบคุณ) + ค่าขนส่งเอกชน 5,000 บาท

    3.3 บริจาคด้วยเงินส่วนตัวด้านอาหารสำหรับผู้ขาดแคลนในเชียงใหม่ที่ต้องเจอทั้งสองวิกฤติในคราวเดียวกัน จำนวน 100,000 บาท (อุดหนุนร้านในท้องถิ่นและดำเนินการแจกจ่าย ทั้งออกนามและไม่ออกนาม ในวันที่ 29 เม.ย. -17มี.ค.ที่ผ่านมา)

อ่านเพิ่มเติม : ฌอน บูรณะหิรัญ

‘ศรีสุวรรณ’ จี้กรมการปกครองเอาผิด ‘ฌอน’ นำเงินบริจาคใช้ผิดวัตถุประสงค์

ประเด็นน่าสนใจ

วันนี้ (28 มิ.ย.63) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ตามที่นายฌอน บูรณะหิรัญได้โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัวโฆษณาขอรับเงินบริจาคระหว่างวันที่ 30 มี.ค.2563 จนถึง 1 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา จากแฟนเพจเพื่อนำมาช่วยดับไฟป่าดอยสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยมีผู้ร่วมบริจาคเป็นจำนวนเงิน 875,741.53 บาท แต่กลับนำเงินบริจาคส่วนหนึ่งมูลค่า 254,516.53 บาท มาใช้ทำสื่อเพื่อประชาสัมพันธ์ตนเองนั้น

เบื้องต้นการรับบริจาคดังกล่าวแม้มีวัตถุประสงค์เป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่จะต้องขออนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไรเสียก่อนตามความใน ม.6 ประกอบ ม.8 แห่ง พรบ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 ซึ่งตามกฎกระทรวงแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ กำหนดให้นายอำเภอ เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม ม.8 สำหรับในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด

ซึ่งต้องตรวจสอบต่อไปว่าผู้ขออนุญาตเคยต้องโทษเกี่ยวกับทรัพย์ กรรโชก ฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์ หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายลักษณะอาญาหรือไม่ หากใครฝ่าฝืนย่อมมีความผิดตาม ม.17 ประกอบ ม.19 ได้หรือหากผู้จัดกิจกรรมปิดบังอำพรางข้อเท็จจริงก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานแจ้งความเท็จตาม ปอ.ม.172 ด้วย

ยื่นหนังสือไปยังอธิบดีกรมการปกครอง เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าว

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังอธิบดีกรมการปกครองเพื่อขอให้ตรวจสอบว่ากรณีการขอรับบริจาคของนายฌอน บูรณะหิรัญ ดังกล่าวนั้นได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ดังนี้

  • 1)กิจกรรมการเรี่ยไรดังกล่าวมีการดำเนินการขออนุญาตจากนายอำเภอเมือง จ.เชียงใหม่ ตามกฎกระทรวง แห่ง พรบ.ควบคุมการเรี่ยไร 2487 แล้วหรือไม่ อย่างไร
  • 2)กิจกรรมการเรี่ยไรดังกล่าวมีการออกใบรับเงินให้กับผู้บริจาคทุกคนและมีต้นขั้วใบรับไว้เป็นหลักฐานตามที่กำหนดไว้ใน ม.13 หรือไม่
  • 3)เงินบริจาคที่ได้มาดังกล่าว มีการนำไปใช้จ่ายในการจัดทำสื่อเพื่อประชาสัมพันธ์ตนเอง เป็นการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ตาม ม.14 หรือไม่ อย่างไร และหากนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์อาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง ตามกฎหมายอาญา ม.341 ได้ที่ระบุว่า “ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งและโดยการหลอกลวงให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

ทั้งนี้กิจกรรมการขอรับบริจาคของนายฌอนได้ดำเนินการเสร็จสิ้นลงไปแล้ว หากเป็นการดำเนินการที่ฝ่าฝืนพรบ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 และประมวลกฎหมายอาญา ก็ย่อมที่จะฝ่าฝืน พรบ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 ตามไปด้วย ย่อมถือได้ว่า “เป็นความผิดที่สำเร็จแล้ว”

กรมการปกครองต้องดำเนินการทางกฎหมายเพื่อแจ้งความดำเนินคดีตามครรลองของกฎหมายต่อไป ทั้งนี้กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ไม่อาจมีข้อยกเว้นให้บุคคลใดได้ แม้จะเป็นคนโปรดของว่าที่หัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่ของรัฐบาลและอ้างว่าเพื่อประโยชน์สาธารณะก็ตาม นายศรีสุวรรณกล่าวในที่สุด