ฝันเป็นจริง!! ดูหนังบนรถ SF จับมือ CAT จัด Drive-in Digital Cinema ใจกลางกรุง

ฝันเป็นจริง!! ดูหนังบนรถ SF จับมือ CAT จัด Drive-in Digital Cinema ใจกลางกรุง

ในช่วงวิกฤติโควิด – 19 ทุกคนต่างก็เฝ้ารอที่จะได้ชมภาพยนตร์ ในแบบที่เป็นส่วนตัว และมั่นใจได้ว่าจะได้รับความปลอดภัยจากการเว้นระยะห่างจากสังคม หลังการคลายล็อกดาวน์ ล่าสุดโรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ จึงได้จับมือกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ผู้นำในธุรกิจดิจิทัลและโทรคมนาคม ตอบรับไลฟ์สไตล์การชมภาพยนตร์แบบ New Normal จัด CAT Drive-in Cinema โรงภาพยนตร์ ‘ไดร์ฟ-อิน’ ระบบดิจิทัลครั้งแรกในไทยใจกลางกรุง สัมผัสประสบการณ์การชมภาพยนตร์ภายในรถยนต์ส่วนตัว พร้อมระบบภาพมาตรฐานเดียวกับในโรงภาพยนตร์ ในวันที่ 2-5 กรกฎาคมนี้ ที่ คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา (CDC)

จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้โรงภาพยนตร์แบบไดร์ฟอิน (Drive-in) หรือการชมภาพยนตร์กลางแจ้งในรถส่วนตัว กลับมาได้รับความนิยมสูงขึ้นในต่างประเทศ โดยเฉพาะที่สหรัฐอเมริกา และเกาหลีใต้ จนเกิดเป็นกระแสในโซเชียลมีเดีย ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีการฉายภาพยนตร์ในลักษณะนี้ ทาง เอส เอฟ จึงเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่จะจัด CAT Drive-in Cinema ขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบายแก่ลูกค้า โดยสามารถรับชมภาพยนตร์บนรถยนต์ส่วนตัว พร้อมนำเครื่องฉาย Laser Projector 4K เพื่อให้รับอรรถรสด้านภาพที่คมชัด มาตรฐานเดียวกับโรงภาพยนตร์ พร้อมทั้งการรับฟังเสียงภาพยนตร์ ผ่านเครื่องเสียงวิทยุในรถยนต์ นอกจากนี้ เอส เอฟ ยังคำนึงถึงความปลอดภัย และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดมลภาวะทางอากาศ ด้วยการให้บริการระบบปรับอากาศแก่รถยนต์ทุกคันที่มาใช้บริการ โดยไม่จำเป็นต้องติดเครื่องยนต์ขณะชมภาพยนตร์ให้เปลืองน้ำมันแต่อย่างใด

“สำหรับ CAT Drive-in Cinema เป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าที่ต้องการประสบการณ์ความบันเทิง ความสะดวกสบาย และความเป็นส่วนตัว เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน ที่สำคัญภาพยนตร์ที่จะเข้าฉาย CAT Drive-in Cinema นั้นจะเป็นภาพยนตร์ที่ฉายพร้อมโรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ” โดยคุณสุวิทย์ ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) กล่าว

โดย CAT Drive-in Cinema จะเปิดบริการ 2-5 กรกฎาคมนี้ ที่ คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา (CDC) โดยจัดฉายภาพยนตร์เรื่อง “Trolls World Tour” นอกจากนี้ภายใน CAT Drive-in Cinema ยังมีบริการป๊อปคอร์น อาหาร เครื่องดื่มจาก เอส เอฟ พร้อมบูทกิจกรรมจากพาร์ทเนอร์ อาทิเช่น โค้ก ฯลฯ มาให้ร่วมสนุกอีกมากมาย

นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการชมภาพยนตร์แบบ New Normal ที่ไม่ควรพลาด หากใครสนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านแอปพลิเคชั่น SF Cinema, www.sfcinemacity.com พร้อมทั้งสามารถติดตามข่าวสารและสอบถามรายละเอียดได้ผ่านโซเชียลมีเดีย WeLoveSF หรือ #SFcinema

นายกฯ ชี้แจงงบผูกพันจัดซื้อยุทโธปกรณ์ ยันต้องทันต่อสถานการณ์

ประเด็นน่าสนใจ

วานนี้ (1 ก.ค.63) การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 วันที่ 2 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงเพิ่มเติมจาก พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เกี่ยวกับการผูกพันประมาณข้ามปี

โดยพล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ตนได้ตรวจสอบทั้งงบประมาณแล้วว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ทุกประการ ในส่วนของงบผูกพันข้ามปีที่สะสมมานั้นเนื่องจากว่าการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ด้านต่างๆ ต้องใช้เวลาในการผลิต ในการผ่อนชำระ และก็มีราคาแพง วันนี้จึงจำเป็นต้องปรับยุทโธปกรณ์ของเรา

ซึ่งอาจจะมองว่ามีเพียงพอหรือยัง จึงอยากจะชี้แจงว่าที่ผ่านมานั้นเราไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนในเรื่องของการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ใหม่ๆเลย ทำให้ยุทโธปกรณ์ในปัจจุบันมีของเก่าประมาณ 70–80% ดังนั้นส่วนที่จัดหาทดแทนคือเพื่อไม่ให้ไปเสียงบในส่วนของการซ่อมบำรุงที่นับวันจะไม่สามารถใช้งานได้ เพราะมีภารกิจในการป้องกันอธิปไตยตามแนวชายแดน ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ แต่ก็จำเป็นที่จะต้องมีการเตรียมความพร้อมไว้ในเรื่องของกำลังและยุทโธปกรณ์ และข้อสำคัญคือวันนี้เทคโนโลยีต่างๆ นั้นก้าวไกล

ดังนั้นยุทโธปกรณ์ที่ไม่ทันสมัยก็อาจจะเป็นปัญหากับเราต่อไปในอนาคต อีกทั้งการจัดซื้อยุทโธปกรณ์นั้นต้องใช้เวลา ไม่ใช่ซื้อวันนี้แล้วจะได้ทันที เพราะต้องไปประกอบการผลิตใหม่ขึ้นมา ไม่ได้มีการสำรองไว้หน้าร้าน ส่วนการบรรจุข้าราชการทหารในปัจจุบัน มีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น บนหลักการที่ควรจะต้องมี เพราะเห็นถึงความสำคัญและการขาดแคลนงบประมาณของประเทศด้วย

สายช้อปห้ามพลาด! GSB E-Commerce บัตรเครดิตแบบใหม่ ที่คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

กี่ครั้งแล้วกับรักแลกภพ (Love at first sight) ทำให้หลุดไม่พ้นกับคำว่า #ของมันต้องมี ยิ่งตอนต้องปรับตัวเข้าสู่ยุค New Normal ที่การใช้จ่ายแบบออนไลน์ หรือ E-Commerce กลายเป็นเรื่องปกติ ในชีวิตประจำวัน ดังนั้น การกดปุ่มโอนก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอีกต่อไป แต่…ในสภาวะเศรษฐกิจที่ค่อนข้างจะ ฝ…สระอือ…ด แบบนี้ ทำให้การช้อปออนไลน์แต่ละครั้งจำเป็นต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี ดังนั้นการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในช่วงของวิกฤติเศรษฐกิจแบบนี้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นบัตรเครดิตเองก็มีมากมายหลายประเภทให้เลือก บางใบได้แต้มได้คะแนนสะสม แลกของรางวัลมากมาย บางใบใช้แล้วจะได้ Cash Back เงินคืนกลับมา ซึ่งพอมาคิดดูดีๆ แล้ว ก็อาจจะไม่ได้คุ้มค่าขนาดนั้น เป็นแบบนี้ ธนาคารออมสิน จึงจัดทำ บัตรเครดิต อีคอมเมิร์ซ GSB E-Commerce Credit Card เพื่อเอาใจสายชอบช้อปปิ้งออนไลน์โดยเฉพาะ เสนอสิทธิ์ผ่อนชำระ 0% สูงสุด 6 เดือน เมื่อใช้จ่ายซื้อของออนไลน์ (E-Commerce) ปีแรกตลอดทั้งปี* แถมยังได้รับเครดิตเงินคืนถึง 10% ของดอกเบี้ยที่เรียกเก็บและชำระตรงเวลา เมื่อใช้จ่ายซื้อของออนไลน์ (E-Commerce) ในหมวดอีกด้วย เรียกได้ว่าคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม

GSB E-Commerce Credit Card

นอกจากพรีเซนเตอร์จะเด็ดดวงควงใจสาวๆ แล้วบัตรเครดิตธนาคารออมสิน อีคอมเมิร์ซ (GSB E-Commerce Credit Card) ยังมาพร้อมกับสิทธิประโยชน์มากมายที่ทำให้ “ใช้จ่ายช้อปอุ่นใจ ใช้ดีมีคืน” เพราะทุกการใช้จ่ายทางออนไลน์ผ่านบัตรเครดิต รับสิทธิ์ “คุ้มครองการซื้อสินค้าออนไลน์สูงสุด 5,000 บาทต่อครั้ง และคุ้มครองสูงสุด 10,000 บาทต่อปี อีกด้วย ทีนี้ก็หมดปัญหาสินค้าชำรุด สูญหายระหว่างขนส่งไปได้เลย

นอกจากสิทธิประโยชน์ข้างต้นแล้ว ยังมีโปรโมชั่น “ใช้ดีมีคืน” ที่ให้ทุกการใช้จ่ายออนไลน์ของคุณคุ้มค่าที่สุด เช่น เมื่อใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันช้อปปิ้ง ฟังเพลงหรือ Grab ก็ได้ รับกันไปเลย เครดิตเงินคืนสูงสุด 150 บาทต่อเดือน ใครที่ถือบัตรเครดิตธนาคารออมสิน อีคอมเมิร์ซอยู่ ห้ามพลาด  ! โปรฯ อยู่ยาวถึง 31 ธ.ค. 2563 กันเลย

แถมงานนี้ยังสามารถนำคะแนนสะสม GSB Reward Point ทุก 1,000 คะแนน ไปแลกรับสลากออมสินพิเศษได้ มูลค่า 100 บาท ให้ไปลุ้นรางวัลใหญ่กันทุกเดือนอีกด้วย

สรุปได้เลยว่า GSB E-Commerce Credit Card ถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจของผู้ใช้บัตรเครดิตที่ต้องการได้กำไรคืนแบบใหม่ ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะได้ลุ้นกับสลากออมสินที่หากถูกรางวัลใหญ่นี่คุ้มยิ่งกว่าคุ้มจริงๆ งานนี้ใครสนใจสมัครบัตรหรืออ่านข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ >>> www.gsb.or.th/GSB_Card.aspx

รู้ไว้ก่อนใช้สิทธิ์!! ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ ลงทะเบียนวันไหน-ได้สิทธิประโยชน์อะไรบ้าง!?

ประเด็นน่าสนใจ

ภายหลังวานนี้ (30 มิ.ย.63) คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ งบประมาณ 22,400 ล้านบาท เพื่อดำเนินการมาตรการท่องเที่ยว 2 โครงการ ดังนี้ โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ด้วยการนำ 2 แพ็คเกจกระตุ้นการท่องเที่ยวเดิม คือ “เที่ยวปันสุข” กับ “เราไปเที่ยวกัน” มารวมเป็นแพ็คเกจเดียว โดยจะเปิดให้โรงแรมลงทะเบียนวันที่ 1 กรกฎาคม 2563

ลงทะเบียน 15 กรกฎาคม 2563

ประชาชนทั่วไปจะเปิดให้ลงทะเบียน 15 กรกฎาคม 2563 ทั้งนี้โรงแรมทีเข้าร่วมโครงการจะต้องมีใบอนุญาต ขึ้นทะเบียนจากกรมการท่องเที่ยว ส่วนประชาชนจะต้องลงทะเบียนผ่าน เว็บไซต์ www.เราเที่ยวด้วยกัน .com และแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง”

เงื่อนไขการลงทะเบียนสำหรับประชาชน

  • มีบัตรประจำตัวประชาชนและเป็นบุคคลสัญชาติไทย
  • อายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน

หมายเหตุ [ประชาชนจะได้รับสิทธิเมื่อท่องเที่ยว กิน และนอน ในจังหวัดที่ไม่ใช่ทะเบียนบ้านของตนเอง]

ขั้นตอนการลงทะเบียน

สำหรับขั้นตอนในการลงทะเบียนรับสิทธิ์ต้องเข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ www.เราเที่ยวด้วยกัน .com เมื่อคลิกเข้าไปในหน้าเว็บ ระบบจะมีให้เลือกรับสิทธิ์ ผ่าน 2 เว็บเพจ

เพจแรก เมนู “กำลังใจ”

ซึ่งอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จำนวน 1.2 ล้านคน จะได้รับสิทธิ์ เที่ยวฟรี 100% ผ่านบริษัทนำเที่ยว 13,000 ราย แพ็คเกจนำเที่ยว 2 วัน 1 คืน ไม่เกิน 2,000 บาท รับสิทธิ์ 1 คน 1 สิทธิ

เพจที่สอง เมนู “เราเที่ยวด้วยกัน”

เปิดให้ประชาชนทั่วไปที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ลงทะเบียนรับสิทธิ์ โดยรัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวให้ 40% ต่อคืน แต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน สูงสุดจองได้ไม่เกิน 5 คืน

สิทธิประโยชน์มีดังนี้ [ประชาชนทั่วไป]

  • สิทธิ์ที่ 1 ส่วนลดค่าที่พัก 40% สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน (สูงสุด 5 คืน)
  • สิทธิ์ที่ 2 รับคูปองมูลค่า 600 บาทต่อวัน ใช้เป็นส่วนลดค่าอาหารและค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวที่ร่วมโครงการ โดยชำระเพียง 60% อีก 40% ตัดจากคูปอง เมื่อ Check-in เข้าพักจึงจะได้รับ E-Coupon เป็นรายวัน (หลัง 00 น.)
  • สิทธิ์ที่ 3 คืนเงินค่าตั๋วเครื่องบิน 40% แต่ไม่เกิน 1,000 บาทต่อที่นั่ง (จำกัดห้องพักละ 2 ที่นั่ง ตามจำนวนห้องที่เข้าพักจริง แต่รวมไม่เกิน 10 ที่นั่ง) ลงทะเบียน redeem ได้ที่ เราเที่ยวด้วยกัน.com หลังได้สิทธิ์และจองห้องพัก รวมถึงตั๋วเครื่องบินแล้ว

สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 1/07/2563 | 11.30 น.

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019

📍 สถานการณ์ในประเทศไทย

  • ผู้ป่วยยืนยันวันนี้ 2 ราย (รายที่ 3,172 – 3,173)
  • ผู้ป่วยวันนี้มาจากคูเวตทั้ง 2 ราย
  • ผ่านมาแล้ว 37 วัน ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศ
  • ประเทศไทย อยู่อันดับที่ 96 ของโลก

🔵 ผู้ป่วยหายกลับบ้าน 3 ราย
⚫️ ผู้ป่วยเสียชีวิต 0 ราย

🔹 ผู้ป่วยสะสม 3,173 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยหายกลับบ้าน 3,059 ราย +3
🔹 รวมผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 56 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยเสียชีวิต 58 ราย
🔹 รวมติดเชื้อในประเทศ 2,444 ราย
🔹 อยู่ในสถานกักกันของรัฐ State Quarantine 236 ราย +2

📍 ผู้ป่วยยืนยันวันนี้ แบ่งเป็น 1 กลุ่ม

🔸 กลุ่มที่ 1 ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เข้าสถานกักกันของรัฐ (จำนวน 2 ราย)

▪️ จากประเทศคูเวต 2 ราย เป็นชายไทย อายุ 47 และ 48 ปี อาชีพรับจ้าง

  • วันที่ 29 มิ.ย. 2563 เดินทางถึงไทย ผ่านการคัดกรอง ณ ด่านสุวรรณภูมิ พบว่ามีอาการ ไอ มีไข้
  • วันที่ 29 มิ.ย. 2563 ตรวจหาเชื้อ และผลเชื้อ

📍 ช่วงอายุ

  • อายุน้อยสุด 1 เดือน
  • อายุสูงสุด 97 ปี
  • อายุเฉลี่ย 39 ปี

📍 สหภาพยุโรปอนุญาต 14 ประเทศ ให้เดินทางเข้า EU ได้ ตั้งแต่ 1 ก.ค. 2563 หนึ่งในนั้น คือ ประเทศไทย

📍 เที่ยวบินนำคนไทยตกค้างกลับไทย

▪️ วันที่ 1 ก.ค. 2563
  • โซมาเลีย (ผ่านเอธิโอเปีย) ET608 สุวรรณภูมิ เวลา 13.30 น. จำนวน 4 คน ลูกเรือประมง
  • ไต้หวัน FD9113 ดอนเมือง เวลา 15.45 น. จำนวน 135 คน แรงงาน คนไทยตกค้าง
  • ไต้หวัน FD9115 ดอนเมือง เวลา 17.45 น. จำนวน 135 คน คนไทยตกค้าง
  • ไต้หวัน FD9117 ดอนเมือง เวลา 19.15 น. จำนวน 134 คน พระสงฆ์ คนไทยตกค้าง
▪️ วันที่ 2 ก.ค. 2563
  • ดูไบ (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) FZ8893 สุวรรณภูมิ เวลา 20.40 น. จำนวน 175 คน คนไทยตกค้าง
  • การ์ตา (อินโดนีเซีย) SL117 ดอนเมือง เวลา 23.30 น. จำนวน 200 คน คนไทยตกค้าง

🌍 สถานการณ์ทั่วโลก

▪️ ผู้ป่วยสะสมทั่วโลก : 10,585,152 ราย +176,719 ราย
▪️ ผู้ป่วยอาการหนักทั่วโลก : 57,788 ราย +258 ราย
▪️ รักษาหายทั่วโลก : 5,795,101 ราย +130,694 ราย
▪️ เสียชีวิตทั่วโลก : 513,913 ราย +5,835 ราย

🌍 10 อันดับ ประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยสะสม

  1. สหรัฐอเมริกา : 2,727,853 ราย
  2. บราซิล 1,408,485 ราย
  3. รัสเซีย 647,849 ราย
  4. อินเดีย 585,792 ราย
  5. อังกฤษ 312,654 ราย
  6. สเปน 296,351 ราย
  7. เปรู 285,213 ราย
  8. ชิลี 279,393 ราย
  9. อิตาลี 240,578 ราย
  10. อิหร่าน 227,662 ราย

** อันดับที่ 96 ประเทศไทย 3,173 ราย

ติดตามสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 : https://news.mthai.com/covid-19

สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 1/07/2563 | 11.30 น.

‘สิระ’ รอด! ศาลรธน. วินิจฉัยไม่สิ้นสุดสมาชิก ส.ส. ปมวิวาทะกับตำรวจภูเก็ต

ประเด็นน่าสนใจ

วันนี้ (1 ก.ค.63) ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการประชุมและวินิจฉัยคำร้องที่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งความเห็นของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน 57 คน ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่า สมาชิกสภาพการเป็น ส.ส.ของนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ สิ้นสุดลงหรือไม่ กรณีที่นายสิระ ใช้สถานะหรือตำแหน่งการเป็น ส.ส.กระทำก้าวก่าย แทรกแซงการทำหน้าที่ของข้าราชการ ในระหว่างที่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบเรื่องการบุกรุกพื้นที่ป่าที่จังหวัดภูเก็ต

โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 1 วินิจฉัยว่าการกระทำของนายสิระ เป็นเพียงให้เจ้าหน้าที่รัฐ ทำตามกฎหมายกำหนด ส่วนการแสดงออก คงเป็นเพียงการไม่เห็นด้วยกับการทำหน้าที่ของตำรวจในพื้นที่เท่านั้น

ส่วนการพูดกับนายกเทศมนตรีตำบลกระรนนั้น เป็นเพียงการสอบถามข้อมูลและรับฟังคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ของรัฐเท่านั้น ดังนั้น จึงยังฟังไม่ได้ว่า ใช้สถานะหรือตำแหน่ง ส.ส.ก้าวก่ายแทรกแซง

อย่างไรก็ดี พฤติกรรมและการใช้ท่าทางของนายสิระ หากบุคคลใดเห็นว่าไม่สุภาพหรือไม่เหมาะสมของ ส.ส. สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมายว่าด้วยจริยธรรม ส.ส. และมาตรฐานทางจริยธรรม อาศัยเหตุดังกล่าวจึงวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของนายสิระ ไม่สิ้นสุดลง

ครม.มีมติอนุมัติ ‘วันหยุดเชยสงกรานต์’ 27 ก.ค.63

ประเด็นน่าสนใจ

วันนี้ (30 มิ.ย.63) นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.มีมติอนุมัติวันหยุดเชยสงกรานต์ โดยครม.เห็นชอบวันจันทร์ที่ 27 ก.ค. 2563 เป็นวันหยุดราชการ เพื่อชดเชยสงกรานต์เป็นเวลา 1 วัน ซึ่งจะทำให้มีวันหยุดต่อเนื่องเป็น 4 วัน คือ วันที่ 25 – 28 ก.ค. 63

ก่อนหน้านี้ ครม.มีมติเลื่อนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ขณะที่ในส่วนราชการต้องไม่กระทบกับการบริการประชาชน ส่วนรัฐวิสาหกิจกรรม ธนาคารแห่งประเทศไทยก็กำหนดให้เหมาะสมต่อไป

ผบ.ตร. แถลงจับยาเสพติดรายใหญ่ ของกลาง ยาบ้า 7 แสนกว่าเม็ด ไอซ์ 215 กก.

ประเด็นน่าสนใจ

วันนี้ ( 30 มิ.ย. 63 ) ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ร่วมแถลงข่าวยาเสพติดรายใหญ่ ยาบ้ากว่า 7 แสนเม็ด พบถูกหลบเลี่ยงมาจากประเทศเพื่อนบ้าน แล้วนำมาพักไว้ยังพื้นที่ภาคกลางก่อนจะนำไปจำหน่ายในพื้นที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ขณะที่ได้ขอความร่วมมือประชาชนในการเฝ้าสังเกตบ้านเช่าในระแวกเผื่อเป็นที่พักยาเสพติด โดยของกลางเป็นยาบ้า 760,000 เม็ด, ไอซ์ 215 กิโลกรัม, เฮโรอีน 2.28 กิโลกรัม, รถจักรยานยนต์ และรถยนต์อีก 2 คัน เป็นของกลางที่ได้จากการจับกุมนายอธิเบศร์ ถนอมพิชัย กับพวกได้รวม 4 คน

คดีนี้สืบเนื่องมาจากตำรวจ สน.บางขุนนนท์ และกองบังคับการตำรวจนครบาล 9 ร่วมกันจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ สน.ตลิ่งชัน เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา จากนั้นจึงขยายผลจนพบว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้ามาพักเก็บไว้ที่บ้านพักในพื้นที่ลาดพร้าว

โดยใช้รถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด ทะเบียน ชล-8558 กรุงเทพมหานคร จึงเฝ้าสังเกตการณ์และพบรถคันดังกล่าวช่วงกลางดึกของวันที่ 29 มิถุนายน เมื่อตำรวจแสดงตัว สามารถจับกุมผู้ต้องหา พร้อมไอซ์ 100 กิโลกรัมซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์ จากนั้นจึงขยายผลตรวจค้นบ้านเช่าภายในซอยลาดพร้าว 80 แขวงและเขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร พบไอซ์อีก 115 กิโลกรัม, ยาบ้า 760,000 เม็ด, เฮโรอีน 6 แท่ง น้ำหนัก 2.28 กิโลกรัม ทั้งหมดซุกซ่อนอยู่บริเวณชั้น 2 ของบ้าน

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ขนลำเลียงยาเสพติดทั้งหมดมาจากเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ซึ่งจากบรรจุภัณฑ์ของยาเสพติดใกล้เคียงกับล็อตที่ถูกจับกุมไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นยาเสพติดที่นำมาจากชายแดนภาคเหนือของไทย ส่วนรถยนต์อัลพาร์ดที่นำมาใช้ก่อเหตุ เดิมเป็นรถที่เจ้าของเดิมนำไปจำนำ ต่อมาจึงถูกกลุ่มผู้ต้องหาซื้อต่อมาในราคาถูก และนำมาใช้ก่อเหตุ

นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติยังพบว่านายอธิเบศร์มีประวัติเคยถูกจัยกุมคดีครอบครองยาเสพติดมาแล้วเมื่อปี 2556 เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายและจะขยายผลจับกุมขบวนการยาเสพติดที่เหลือต่อไป

อย่างไรก็ตามผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังฝากขอความร่วมมือประชาชน ให้ช่วยกันสอดส่องในชุมชน หากพบบ้านเช่า หรือห้องเช่าที่ปกติไม่ค่อยมีคนมาเช่า แต่กลับมีรถยนต์ต้องสงสัยเข้าออกอยู่เป็นประจำ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าตรวจสอบได้ทันที เพราะกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด หรืออาชญากร มักใช้บ้านเช่าเหล่านี้เป็นสถานที่กระทำความผิด โดยเจ้าหน้าที่จะเก็บข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสไว้เป็นความลับ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปล่อยปะละเลยให้มีการลักลอบกระทำความผิดในพื้นที่ ก็จะมีโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง

ด้านพลตำรวจโทวิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนทุกวิถีทาง ไม่ให้ลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ชั้นกลางและชั้นได้ โดยจะอาศัยด่านตรวจความมั่นคงที่ตั้งขึ้นจำนวนมากในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เข้ามาช่วย

ทำให้สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้มากขึ้น รวมถึงการบูรณาการร่วมกับบริษัทขน ให้กำชับเรื่องมาตรการการแสดงบัตรประชาชนของผู้ส่งพัสดุ และถ่ายรูปยืนยันตัวบุคคล เพื่อป้องกันการลักลอบส่งยาเสพติดผ่านทางพัสดุภัณฑ์ โดยเฉกาะในช่วงที่ประชาชนนิยมสั่งสินค้าออนไลน์เป็นจำนวนมาก

ผู้เสียหาย ร้อง บก.ปอท. โดนเพจสั่งของเชิดเงินไม่ส่งของให้

ประเด็นน่าสนใจ

วันนี้ (30 มิ.ย. 2563) กลุ่มตัวแทนผู้เสียหาย ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของเพจ Tagoontor Multimedia หลังจากสั่งซื้อสินค้าประเภทอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคและอื่นๆ เมื่อโอนเงินค่าสินค้าแล้วกลับไม่ได้รับสินค้า

โดยหนึ่งในผู้เสียหายได้กล่าวว่า ก่อนที่จะตกลงซื้อสินค้ากับทางร้าน ตนเองได้ตรวจสอบดูความน่าเชื่อถือโดยพบว่า เพจได้เปิดมานานแล้ว และมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอด มีรีวิวว่าได้รับสินค้าอยู่บ้าง และทางร้านได้จดทะเบียนการค้าแล้ว

นอกจากนี้ยังได้เข้าไปดูเฟสบุ๊คที่คาดว่าเป็นเจ้าของร้าน พบว่าทำอาชีพเป็นช่างภาพทีวีช่องหนึ่ง จึงทำการตกลงซื้อสินค้าไป โดยทางร้านแจ้งว่าจะได้รับเลข tracking number ต่อเมื่อสินค้าได้มาถึงประเทศไทยแล้ว

เมื่อถึงเวลาที่สินค้าจะต้องมาถึงประเทศไทยทางร้านกลับไม่ยอมส่งเลขให้ ตนเลยโทรไปสอบถามกับทางร้านเอ (นามสมมุต) โดยทราบมาว่า ถ้าหากมีการส่งสินค้าแล้ว ลูกค้าจะได้รับเลข tracking number ตั้งแต่สินค้าเข้าระบบขนส่งของต่างประเทศแล้ว

หนึ่งในผู้เสียหายได้กล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีการที่ถูกโกงของผู้เสียหายแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน บางคนได้สั่งซื้อสินค้าโดยจะได้รับเป็น qr code เพื่อนำไปรับสินค้าเองที่ร้านเอ (นามสมมุต) แต่เมื่อโอนเงินแล้ว เพจกลับไม่ยอมส่ง qr codeให้ ทางผู้เสียหายได้โทรติดต่อไปยังเบอร์โทรศัพท์ของทางร้านแต่ไม่มีคนรับสาย ทักข้อความในเพจก็อ่านแต่ไม่ตอบ

ทั้งนี้ผู้เสียหายบางคนเคยไปแจ้งความในพื้นที่ของตนแล้ว และได้รับคำแนะนำว่า ให้รวมตัวกับผู้เสียหายคนอื่นๆมาแจ้งความที่ กองบังคับการปราบปรามความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เบื้องต้นมีผู้เสียหายกว่า 60 คน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 3.4 ล้านบาท

วิธีการลงทะเบียน ‘เที่ยวปันสุข’

ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการ “เที่ยวปันสุข” ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงการคลังเสนอเข้าที่ประชุม เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศ สำหรับโครงการเที่ยวปันสุขแบ่งออกเป็น 3 แพ็กเกจ ได้แก่

  • 1.แพ็กเกจ “เที่ยวปันสุข
  • 2.แพ็กเกจ “เราไปเที่ยวกัน”
  • 3.แพ็คเกจ “กำลังใจ”

(อ่านข้อมูลแต่ละแพ็กเกจ >>>คลิก<<<)

วิธีการและขั้นตอนการลงทะเบียนรับสิทธิ์ในโครงการ “เที่ยวปันสุข”

  • ลงทะเบียนรับสิทธิ์ผ่าน Platform ของธนาคารกรุงไทย (ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.-31 ต.ค.2563)
  • ลงทะเบียนรับสิทธิ์ “เราไปเที่ยวกัน” เพื่อจองที่พัก
  • เมื่อลงทะเบียนจองที่พักจะได้รับ Promotion Code ส่วนลดค่าเดินทาง เพื่อนำไปจองบัตรโดยสารทั้งไปและกลับ